ส่องเมืองโคราช มอเตอร์เวย์ "บางปะอิน-โคราช" ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6

เผยแพร่: Aug 25, 2021

เชื่อมกรุงเทพฯ สู่อีสาน ‘ มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ( มอเตอร์เวย์สายอีสาน ) เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่กำลังก่อสร้าง ขนาด 4 - 6 ช่องจราจร เชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานครไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีเส้นทางเริ่มต้นจากอำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และไปสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย

โดยเริ่มก่อสร้างช่วงบางปะอิน – นครราชสีมาเป็นช่วงแรก เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559 มีระยะทางในช่วงนี้ประมาณ 196 กิโลเมตร ทางหลวงพิเศษสายนี้มีลักษณะเส้นทางขนานไปกับถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ และมีกำหนดการเปิดใช้บริการประมาณปี พ.ศ. 2565

มอเตอร์เวย์ “บางปะอิน-โคราช” เป็นแค่ 1 ใน 3 ของทั้งหมด

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายเส้นทางในแผนแม่บทระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย เมื่อปี พ.ศ. 2540 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างเส้นทาง 3 สายต่อเนื่องกัน ได้แก่

  • สายบางปะอิน – นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กำลังก่อสร้าง เปิดใช้ปลายปี พ.ศ. 2565)

  • สายนครราชสีมา – ขอนแก่น ระยะทาง 169 กิโลเมตร

  • สายขอนแก่น – หนองคาย ระยะทาง 160 กิโลเมตร

โดยทั้ง 3 เส้นทางนี้จะมีระยะทางรวมกัน 535 กิโลเมตร โดยทางหลวงพิเศษสายบางปะอิน – นครราชสีมา เป็นโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ที่เริ่มดำเนินการเป็นโครงการแรก


ผ่านเส้นทางไหนบ้าง ?

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ช่วงบางปะอิน-โคราช เริ่มต้นจากปลายถนนกาญจนาภิเษก เบี่ยงออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่อำเภอวังน้อย อำเภออุทัย และเข้าสู่สระบุรีที่อำเภอหนองแค ผ่านบ้านหินกอง จากนั้นตัดถนนพหลโยธินแล้วใช้ทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ที่อำเภอเมืองสระบุรี ก่อนแยกออกจากแนวทางเลี่ยงเมือง ตัดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222 ผ่านบ้านโคกกรุง ผ่านด้านเหนือของวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์สระบุรี จากนั้นเข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวางแล้วเข้าสู่เขตพื้นที่มวกเหล็ก และเข้าสู่เขตเมืองโคราช ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2220 ไปสิ้นสุดเส้นทางบริเวณอำเภอปากช่อง


มีจุดเชื่อมทางหลวงทั้งหมด 10 แห่ง

ตลอดแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ “ บางปะอิน - โคราช ” จะมีทางแยกต่างระดับ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการกับทางหลวงสายสําคัญ ๆ ได้แก่

  • ทางแยกต่างระดับบางปะอิน 1

  • ทางแยกต่างระดับบางปะอิน 2

  • ทางแยกต่างระดับวังน้อย

  • ทางแยกต่างระดับหินกอง

  • ทางแยกต่างระดับสระบุรี

  • ทางแยกต่างระดับแก่งคอย

  • ทางแยกต่างระดับมวกเหล็ก

  • ทางแยกต่างระดับปากช่อง

  • ทางแยกต่างระดับสีคิ้ว

  • ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา




ด่านที่มีการเก็บค่าบริการผ่านทาง

ตลอดแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ “บางปะอิน-โคราช” จะมีด่านเก็บค่าผ่านทางจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ ด่านบางปะอิน / ด่านวังน้อย / ด่านหินกอง / ด่านสระบุรี / ด่านแก่งคอย / ด่านมวกเหล็ก / ด่านปากช่อง / ด่านสีคิ้ว / ด่านขามทะเลสอ


อัตราค่าบริการผ่านทาง

หากเป็นรถยนต์ 4 ล้อ เสียค่าธรรมเนียมผ่านทาง 240 บาท ส่วนรถยนต์เกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 6 ล้อ เสียค่าธรรมเนียมผ่านทาง 380 บาท และรถยนต์ที่เกิน 6 ล้อขึ้นไป เสียค่าธรรมเนียมผ่านทาง 550 บาท โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  • ให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ตอนบางปะอิน-นครราชสีมา เป็นทํางหลวงที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวง

  • ให้เก็บค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงในข้อ 1 ตามประเภทของยานยนตร์และตามอัตราในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ทั้งนี้ นับแต่วันที่อธิบดีกรมทางหลวงประกาศกำหนดเป็นต้นไป

  • การใช้ยานยนตร์บนทางหลวงตามข้อ 1 ถ้ายานยนต์นั้นจะต้องผ่านสถานที่ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ใช้ยานยนต์ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมนั้น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกบัตรไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงว่าผู้ใช้ยานยนต์นั้นได้เสียค่าธรรมเนียมแล้ว หรือเสียค่าธรรมเนียมผ่านบัตรอัตโนมัติ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีกรมทางหลวงประกาศกำหนด

  • ในกรณีที่ผู้ใช้ยานยนต์เสียค่าธรรมเนียมโดยวิธีชำระต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รักษาต้นขั้วของบัตรที่ออกให้แก่ผู้เสียค่าธรรมเนียมไว้เป็นหลักฐานในทางราชการ ให้ไว้ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563




ระบบบริหารจัดการทางหลวง

เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในการเดินทาง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดให้มีระบบต่าง ๆ ดังนี้

1. ระบบควบคุมการจราจร
เป็นระบบที่จะช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้ทาง และช่วยอำนวยการจราจรให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยระบบประกอบด้วยห้องควบคุมกลาง เพื่อเชื่อมโยงสั่งการไปยังเครื่องมืออุปกรณ์อำนวยการจราจรต่าง ๆ ตลอดสายทาง

2. ระบบชั่งน้ำหนัก
ระบบชั่งน้ำหนักบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง เพื่อคัดกรองรถบรรทุกที่บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่อาจทำความเสียหายต่อโครงสร้างทาง โดยลักษณะการทำงาน รถบรรทุกจะแล่นผ่านสถานีแบบเคลื่อนก่อน ถ้าน้ำหนักไม่เกินกำหนดก็สามารถวิ่งเข้าใช้ทางพิเศษได้ ส่วนรถที่มีน้ำหนักเกินจะต้องเข้าชั่งน้ำหนักอีกครั้งหนึ่งที่สถานีแบบจอดชั่ง เพื่อตรวจสอบน้ำหนักที่มีผลถูกต้องแม่นยำ

3. ระบบกู้ภัย
โครงการได้ออกแบบให้มีระบบกู้ภัยตลอดสายทาง เพื่ออำนวยความปลอดภัย และช่วยเหลือผู้ใช้ทางในยามฉุกเฉิน ให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด

4. สถานที่พักริมทาง
ตลอดระยะทางจะกำหนดให้มีที่พักริมทาง ในตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ตามความเหมาะสม โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ศูนย์บริการทางหลวง, สถานที่บริการทางหลวง, จุดพักรถ

5. มาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และชุมชน
กรมทางหลวงได้ดำเนินการออกแบบสายทางเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และสิ่งแวดล้อม โดยรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

และเมื่อไม่นานมานี้มอเตอร์เวย์ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ได้มีการเปิดให้ทดลองใช้เส้นทางเบื้องต้นในช่วงสงกรานต์ปีนี้ หากเพื่อน ๆ คนไหนได้ไปทดลองใช้บริการมาแล้ว คงได้วางแผนกันไว้บ้าง สำหรับการเดินทางในอนาคต ยังไงก็อย่าลืมศึกษาเส้นทาง อัตราค่าบริการไว้ก่อนเบื้องต้น และขับขี่ด้วยความระมัดระวังนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ และกรมทางหลวง

ติดตามข่าวสารอัปเดตอสังหาฯเพิ่มเติม ได้ที่
Website : https://baanbaan.co/
IG : baanbaan_th
Group BaanBaan : BaanBaan Insider