ตรวจรับบ้านคืออะไร ทำไมผู้ซื้อบ้านควรต้องรู้ก่อนรับโอน

เผยแพร่: May 26, 2022

การตรวจรับบ้านนับเป็นขั้นตอนเกือบจะสุดท้ายก่อนรับโอน ที่ผู้ซื้อบ้านทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะคงไม่มีใครอยากจะเจอปัญหาจุกจิกที่แก้ไม่จบไม่สิ้น ซื้อบ้านมาก็แพงแล้ว ยังต้องมาปวดหัวกับสารพัดปัญหาของตัวบ้านอีก นั่นจึงต้องมีการ “ตรวจรับบ้านก่อนโอน” เพราะหากโอนรับแล้ว การจะแจ้งให้โครงการดำเนินการแก้ไขหรือข้อผิดพลาดภายในตัวบ้านจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในทันที ดังนั้นใครที่กำลังจะซื้อบ้านต้องติดตามบทความนี้ให้ดี ๆ เลยค่ะ

การตรวจรับบ้านคืออะไร

การตรวจรับบ้านเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะเซ็นรับโอนบ้าน เพื่อที่ผู้ซื้อจะเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนภายในบ้าน ว่าบ้านมีสภาพที่สมบูรณ์ดีหรือไม่ หรือมีจุดบกพร่องที่ตรงไหนบ้างหรือเปล่า แน่นอนว่าคงไม่มีใครซื้อบ้านใหม่แต่ได้ของแถมเป็นสารพัดปัญหา


ทำไมจึงควรต้องตรวจรับบ้านก่อนโอน

สิ่งที่เจ้าของบ้านจะต้องท่องจำให้ขึ้นใจก็คือ “บ้านไม่พร้อม ห้ามเซ็นรับโอนเด็ดขาด” นั่นเป็นเพราะตราบใดที่เรายังไม่เซ็น เรายังมีอำนาจและมีสิทธิในการสั่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ แต่ถ้าเมื่อไรที่เราเซ็นไปแล้ว อำนาจในการสั่งการใด ๆ ทั้งหมด จะจบลงทันที ดังนั้นคำถามที่ว่าทำไมจึงควรต้องตรวจรับบ้านก่อนโอน ก็อิงเหตุผลเดียวกันค่ะ ก็เพราะเราจะได้ตรวจสอบได้ว่าบ้านของเรามีตำหนิหรือมีปัญหาอะไรไหม หากบ้านมีตำหนิหรือข้อผิดพลาด ก็จะสามารถแจ้งโครงการให้ดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที เพราะหากเซ็นรับโอนบ้านไปแล้ว การซ่อมแซมอาจจะล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น


การเตรียมตัวก่อนที่จะไปตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง

ก่อนที่จะไปตรวจรับบ้าน คุณควรศึกษาสัญญาซื้อขายที่ทำไว้ทั้งหมด รวมทั้งใบโฆษณาของโครงการว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง โดยเฉพาะผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ทางโครงการสัญญาเอาไว้ อย่าลืมที่จะจดข้อมูลนั้นเพื่อนำมาใช้ประกอบการตรวจรับบ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง อย่างเรื่องการวางแผนนัดวันตรวจรับบ้าน ให้พยายามนัดตรวจรับบ้านตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะมีเวลาตรวจสอบบ้านได้ทั้งวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีขนาดใหญ่ ควรจะหาวันว่าง ๆ อย่างน้อยสัก 1 วัน เพื่อตรวจรับบ้านก่อนโอน ไม่แนะนำให้ตรวจรับบ้านในช่วงเวลาเย็นหรือกลางคืน เนื่องจากเป็นเวลาที่น้อยเกินไป และยังมีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบตำหนิอีกด้วย

นอกจากนี้ การตรวจรับบ้านไม่ควรไปคนเดียว แต่ควรหาเพื่อนไปเป็นเพื่อนสัก 1-2 คน หลายตาย่อมดีกว่าสองตาแน่นอนค่ะ เพื่อให้คนหนึ่งคอยจดรายละเอียดข้อผิดพลาดหรือถ่ายรูป อีกคนก็ตรวจสอบ หรือจะช่วยกันตรวจสอบก็จะยิ่งดี


อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง

เคยสงสัยกันไหมคะว่าไปตรวจรับบ้าน เราควรไปตัวเปล่าหรือควรพกอุปกรณ์อะไรไปด้วยหรือไม่ ซึ่งอุปกรณ์เครื่องมือส่วนใหญ่ที่ใช้เป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานที่หลาย ๆ บ้านมีติดบ้านไว้อยู่แล้ว แต่ก็อาจมีอุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งเราสามารถแจ้งโครงการให้ช่วยเตรียมให้ได้ อุปกรณ์ที่ควรเตรียมไปตรวจรับบ้านมีดังนี้

  1. อุปกรณ์จดบันทึก เช่น สมุดโน้ต ดินสอ ปากกา แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน

  2. ผังแบบแปลนของบ้าน จากโครงการที่มีสัญลักษณ์ของขอบเขตที่ดิน

  3. อุปกรณ์ทำเครื่องหมาย เช่น กระดาษ post it, เทปพันสายไฟ, เทปกาวที่ลอกออกได้ง่าย ซึ่งจะช่วยทำเครื่องหมายในจุดที่มีปัญหาที่มีขนาดเล็ก ซึ่งช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพตำแหน่งของจุดบกพร่องได้อย่างชัดเจน และยังใช้อ้างอิงเมื่อช่างโครงการเข้ามาซ่อมแซมได้ง่ายยิ่งขึ้น 

  4. ไฟฉาย ใช้ส่องดูตามจุดต่าง ๆ ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ เช่น เหนือฝ้าเพดาน, ภายในช่องท่อต่าง ๆ

  5. ถังน้ำและสายยาง เพื่อทดสอบความลาดเอียง การระบายน้ำบริเวณพื้น และการรั่วซึมของขอบยางประตู

  6. เศษผ้า เพื่อใช้อุดช่องระบายน้ำ ทดสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำ

  7. ไม้ตรงยาว ๆ เช่น ไม้บรรทัดยาว ๆ ประมาณ 60 ซม.ขึ้นไป ใช้สำหรับตรวจสอบระนาบต่าง ๆ ว่ามีความเรียบเสมอกันหรือไม่

  8. ลูกแก้วหรือลูกเหล็ก เพื่อตรวจสอบทางลาดเอียงต่าง ๆ ของพื้น

  9. ขนมปัง ใช้แทนสิ่งปฏิกูล เพื่อตรวจสอบการไหลเวียนของระบบชักโครก

  10. กล้องถ่ายรูป ใช้สำหรับบันทึกภาพเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อมภายหลังการตรวจรับบ้าน

  11. ไขควงตรวจวัดไฟ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของเต้ารับไฟฟ้า และการรั่วไหลของไฟฟ้า

  12. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบกับระบบไฟบ้าน เพื่อทดสอบว่าระบบไฟฟ้านั้นใช้งานได้หรือไม่

  13. ค้อนหัวยาง หรือเหรียญสิบบาท สำหรับเคาะกระเบื้อง ตรวจสอบความหนาแน่นของปูนกาวใต้แผ่นกระเบื้อง

  14. คัตเตอร์หรือกรรไกร ใช้สำหรับตัดเทปพันสายไฟ

  15. ตลับเมตร หรือสายวัด สำหรับวัดระยะพื้นที่ต่าง ๆ ว่าตรงตามแบบบ้านหรือไม่

  16. ถุงมือยางและรองเท้ายาง ใช้สำหรับเวลาตรวจระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้าที่รั่ววิ่งเข้าสู่ร่างกาย



ตรวจรับบ้าน ควรตรวจอะไรบ้าง

ในการตรวจรับบ้านควรตรวจสอบเป็นพื้นที่ ๆ ไป โดยใช้วิธีกวาดตาเดินตรวจบ้านไล่ไปทีละพื้นที่ จากหน้าบ้านแล้วเดินไปรอบบ้านในทิศทางเดียวกันทีละส่วน ไม่เดินย้อนกลับไปกลับมา เสร็จแล้วจึงไล่เข้าไปภายในบ้านทีละห้อง ๆ โดยแบ่งเป็น 9 ส่วน ดังนี้

1. พื้นที่นอกบ้าน

การตรวจรับบ้านควรไล่ไปตั้งแต่รั้วและประตูบ้าน เช็กดูว่าสามารถใช้ได้ได้อย่างปกติหรือไม่ บานประตูและรางเลื่อนต้องไม่ฝืด เมื่อเปิดค้างต้องไม่ไหล มีการทาสีกันสนิม รั้วบ้านจะต้องไม่เอียง ไม่ล้ม ไม่มีรอยร้าว สีที่ทาต้องดูเรียบร้อยสวยงาม ในส่วนของสวน ดินที่ถมรอบบ้านจะต้องถมเต็มพื้นที่ มีการปรับระดับของดินให้เรียบ ไม่ควรให้ปลูกหญ้าทันที เพราะจะทำให้วันที่ตรวจรับบ้านไม่สามารถตรวสอบสภาพดินเดิมได้ว่ามีเศษปูนมากน้อยเพียงใด สิ่งสำคัญของการตรวจรับบ้านในพื้นที่นอกบ้าน คือการระบายน้ำภายนอกว่าจุดระบายน้ำหรือไม่ ถ้าสามารถเข้าตรวจสอบหลังฝนตกใหม่ ๆ ได้ยิ่งดี จะเห็นปัญหาอย่างชัดเจนว่าน้ำไหลไปในทางทิศทาง ใด รวมถึงที่จอดรถ ควรตรวจสอบการลาดเอียงของพื้น เพื่อป้องกันน้ำขังและปัญหาพื้นทรุดที่พบได้บ่อย

2. โครงสร้าง

สำหรับเรื่องโครงสร้างนับว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการตรวจรับบ้าน ปัญหาที่พบได้บ่อยสุดคือ บ้านร้าวหรือรอยแตกต่าง ๆ ต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วน รวมถึงโครงสร้างหลักอย่าง เสา คาน ต้องไม่คดงอ ไม่โค้ง ไม่แอ่น โครงสร้างเหล็กต้องมีการทาสีกันสนิม สีจะต้องเคลือบผิวเหล็กโครงเต็มพื้นที่เพื่อป้องกันอากาศสัมผัสผิวเหล็ก ก่อให้เกิดสนิม ส่วนโครงสร้างไม้ต้องทาด้วยน้ำยากันปลวกทุกด้านของไม้ ไม่มีรอยผุ ควรตรวจสอบเหนือฝ้าเพดานในช่วงเช้าเพราะถ้าสาย เหนือฝ้าเพดานจะมีอุณหภูมิที่สูงมาก

3. หลังคา

การตรวจรับบ้านในส่วนของหลังคาให้สังเกตรอยน้ำรั่วต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ส่วนใหญ่จะมาตามบริเวณฝ้าเพดานชั้นบน หรือปีนขึ้นไปเหนือฝ้าเพดานจากภายใน สังเกตผิวใต้หลังคา บริเวณใดที่มีแสงสว่างจากภายนอกลดเข้ามาข้างในอย่างชัดเจน แสดงว่าบริเวณนั้นอาจจะมีจุดที่ฝนรั่วเข้ามาภายในได้ ส่วนสีที่ทาฝ้าภายนอกต้องเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่นหรือปูดบวม

4. พื้นภายใน

พื้นภายในเป็นส่วนที่เราต้องตรวจสอบให้ดีเมื่อมีการตรวจรับบ้านก่อนโอน เพราะเราต้องสัมผัสมากที่สุด ทำได้โดยเดินสำรวจไปรอบ ๆ พื้นที่ พื้นผิวจะต้องเรียบ เวลาเดินต้องไม่มีสะดุด ต้องไม่แอ่นตัวหรือปูดนูนขึ้นมา ตรวจสอบโดยใช้ลูกแก้วกลิ้งบนพื้นที่นั้น ถ้าความลาดเอียงไม่มากพอ น้ำจะไหลไม่สะดวก อีกทั้งปูนใต้วัสดุปูพื้นจะต้องแน่น ถ้าปูนใต้พื้นไม่เต็ม เวลาเดินเราจะรู้สึกถึงโพรงหรือช่องว่างใต้พื้น การตรวจสอบวัสดุปูพื้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละชนิด

5. ผนัง

ในการตรวจรับบ้าน ผนังจัดว่าเป็นส่วนที่มีพื้นผิวมากที่สุด ดูการฉาบปูนว่ามีความเรียบสม่ำเสมอกันไหม ไม่มีส่วนใดปูดหรือเป็นหลุม ตรวจระนาบของปูนฉาบด้วยการใช้ไม้ตรงยาว ๆ ทาบลงผวปูนฉาบว่าผนังเรียบเพียงใด และจะต้องไม่มีรอยแตกร้าว อีกทั้งดูการทาสีว่าสม่ำเสมอมากน้อยเพียงใด

6. ฝ้าเพดาน

ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่อยู่สูงที่สุด เมื่อตรวจรับบ้านก็ไม่ควรที่จะเลย ตรวจสอบด้วยการกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างทั่วถึง ฝ้าเพดานจะต้องเรียบ ได้ระดับกันทั้งห้อง ถ้าเป็นฝ้าแบบฉาบเรียบจะต้องไม่เห็นรอยยาแนวของแผ่น ควรเรียบเนียนไปกับส่วนอื่น ๆ ของฝ้า ส่วนฝ้าทีบาร์ต้องเรียบสม่ำเสมอ เส้นทีบาร์ต้องไม่เกยกัน ไม่มีช่องว่างระหว่างแผ่นกับเส้นทีบาร์

7. ช่องเปิด

ช่องเปิดต่าง ๆ ของบ้าน ได้แก่ ช่องประตู ช่องหน้าต่าง ช่องระบายอากาศ บานเกล็ด เป็นส่วนที่เวลาตรวจรับบ้านจะต้องตรวจสอบค่อนข้างมาก เพราะมีหลายเรื่องในจุดเดียว ทุกช่องจะต้องไม่บิดเบี้ยว ไม่โย้หรือเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ตรวจสอบโดยการใช้สายตามองจากระยะที่ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ วงกบต้องแนบสนิทกับผนัง ไม่มีรอยบิ่น การเปิดปิดต้องไม่ตกรางโดยง่าย

8. ระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นการตรวจสอบที่จำเป็นมากสำหรับการตรวจรับบ้าน สามารถทำได้ง่าย ๆ ตั้งแต่การทดสอบเปิดไฟทุกดวง ให้ลองเปิดทิ้งสักระยะแล้วปิดแล้วเปิดใหม่ขึ้นทันที ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง กับไฟทุกดวง เพื่อดูว่าระบบไฟทำงานดีหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบปลั๊กไฟ ทดสอบเสียบที่เต้าไฟฟ้าทุกตัวว่าทำงานได้ดีไหม

9. ระบบสุขาภิบาล

ส่วนสุดท้ายของการตรวจรับบ้าน เป็นระบบน้ำทั้งหมด ทดสอบโดยการเปิดก๊อกน้ำ รวมทั้งฝักบัวทุกตัวจนสุดเพื่อดูว่าน้ำไหลดีหรือไม่ มีก๊อกไหนที่ไหลอ่อนอย่างผิดปกติ ตรวจสอบการทำงานของมิเตอร์น้ำ โดยปิดน้ำทั้งบ้านเพื่อเช็คว่ามิเตอร์น้ำยังหมุนหรือไม่ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ายังมีจุดน้ำรั่วที่จุดใดจุดหนึ่ง รวมถึงข้อต่อต่าง ๆ ของท่อน้ำ ตรวจสอบว่ามีจุดใดที่น้ำรั่วซึมไหม ถ้ามีรอยน้ำหยด ให้นำเศษผ้าที่เตรียมมาเช็ดให้แห้ง แล้วรอดูว่าจะยังมีน้ำรั่วออกมาอีกหรือเปล่า อย่าลืมทดสอบขังน้ำในอ่างล่างหน้าเพื่อดูการระบายน้ำออกได้ดีไหม


ตรวจรับบ้านเองกับจ้างบริษัทตรวจรับบ้านแตกต่างกันไหม

สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าควรจะตรวจรับบ้านเองหรือควรจ้างบริษัทตรวจรับบ้าน อย่างที่ได้เห็นข้อมูลข้างต้นจะพบว่าในการตรวจรับบ้านเองมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ซึ่งบางเรื่อง หากเราไม่เชี่ยวชาญก็อาจจะพลาดจุดตำหนิไปบ้าง ดังนั้นหากคิดว่ามีเวลาและความพร้อมที่มากพอ การตรวจรับบ้านเองก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่สำหรับใครที่มองว่ารายละเอียดเยอะเกินไป และดูยุ่งยาก การจ้างบริษัทตรวจรับบ้านก็มีทางออกที่ดี เพราะอย่างน้อยที่สุด ก็ได้ผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาตรวจสอบและให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้นั่นเอง

สุดท้ายถ้าไม่อยากเสียผลประโยชน์ เจ้าของบ้านควรศึกษารายละเอียดเพื่อตรวจรับบ้านก่อนโอนอย่างรอบคอบ เพราะอย่าลืมว่าอำนาจและสิทธิในการแก้ไขซ่อมแซมยังคงเป็นของคุณเสมอ ตราบใดที่ยังไม่มีการรับโอนเกิดขึ้น

โครงการวรารมณ์วิลล์ 2

ในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน เพื่อนๆจึงควรเริ่มต้นด้วยการเลือกโครงการคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ ที่ส่งมอบบ้านที่ถูกตรวจสอบอย่างดีก่อนโอนให้กับเพื่อน baanbaan.co ขอแนะนำอีกหนึ่งโครงการคุณภาพ สำหรับเืพ่อนที่กำลังมองหาบ้านโคราช บนทำเลใจกลางเมือง ใช้ชีวิตสะดวกสบาย รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก

โครงการ วรารมณ์ วิลล์ 2 โครงการบ้านเดี่ยวคุณภาพ ใกล้กับโรงเรียนบุญวัฒนา 2 เหมาะกับเพื่อนที่หาบ้านโคราช ทำเลใกล้สถานศึกษา บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ มีแบบบ้านอยู่ทั้งหมด 3 แบบตอบโจทย์ครอบครัวแต่ละขนาด สนใจดูโครงการเพิ่มเติม คลิก https://baanbaan.co/projects/วรารมณ์วิลล์-2/

โครงการวรารมณ์วิลล์ 2


ติดตามข่าวสารอัปเดตอสังหาฯเพิ่มเติม รวมทุกเรื่องที่คนหาบ้านต้องรู้
Facebbok : BaanBaanTH
IG : baanbaan_th
Youtube : BaanBaan Channel
Group BaanBaan : บ้านบ้าน