ขอนแก่น จุดศูนย์กลางด้านการค้า และการขนส่งระดับอาเซียน

เผยแพร่: Dec 14, 2021
|
หมวด: 

เมื่อกล่าวถึงความตื่นตัวในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขอนแก่น ถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจ EWEC (East West Economic Corridor) เส้นทางที่อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออกของการคมนาคม เพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเทศและหัวเมืองสำคัญๆ ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion) โดยขอนแก่นได้รับการยอมรับว่าเป็น “มหานครแห่งอาเซียน” ที่เป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านต่างๆ รวมถึงด้านการค้าและการขนส่งระดับอาเซียน

บ้านบ้าน ขอเจาะแต่ละโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งเรื่องโอกาสทางธุรกิจ และศักยภาพที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลอย่างไรในอนาคตกันบ้าง มาดูกัน

มาพูดถึงโครงการใหญ่กันก่อน 3 โครงการ ที่ทั้งหมดส่งผลโดยตรงให้ขอนแก่นสามารถก้าวเข้าสู่ศูนย์กลางทางการค้าและการขนส่งในระดับอาเซียนได้อย่างเต็มตัว


1. โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก (East West Economic Corridor)


เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region : GMS) ประกอบไปด้วย ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East-West Corridor) ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ–ใต้ (North-South Corridor) ระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ของอนุภูมิภาค (Southern Corridor)

การขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค และขอนแก่น ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาส รวมทั้งมีความท้าทายในการวางแผนขับเคลื่อนการพัฒนาโดยใช้เศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งเป็นตัวนำที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ นอกจากนี้พื้นที่ของขอนแก่น ยังมีศักยภาพในหลายด้าน ได้แก่ 

  • เรื่องของภูมิศาสตร์ ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคของโลก

  • พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านชีวภาพ สามารถนำมาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี

  • ความพร้อมทางด้านการศึกษาที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการ




โดยพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจ เริ่มจากเมืองท่าดานังของเวียดนาม ผ่านเมืองเว้ และเมืองลาวบาว (Lao Bao) อันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามซึ่งติดกับชายแดน สปป.ลาว จากนั้นจะผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตใน สปป.ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่จังหวัดมุกดาหาร ผ่านกาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนไปสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเข้าไปยังประเทศพม่าจนทะลุอ่าวเมาะตะมะที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง (Mawlamyine / Mawlamyaing) เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่ทะเลอันดามัน และจากทะเลจีนใต้ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังมหาสมุทรอินเดียได้ 

จะทำให้ขอนแก่น เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคที่จะเชื่อมต่อไปได้ทั่วประเทศและประชาคมอาเซียน

โอกาสที่เพิ่มขึ้นในอนาคต


หลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งภาคเศรษฐกิจที่ขยายตัวมากขึ้นจากการลงทุนอันเป็นผลต่อเนื่องจากการเปิดการค้าเสรี ซึ่งนำมาสู่การแข่งขันทั้งด้านแรงงาน บริการ และการลงทุน และแม้การขนส่งสินค้าทางบกจะมีข้อดีด้านความสะดวก สามารถขนส่งทอดเดียว ไม่ต้องขนถ่ายสินค้าเหมือนการขนส่งรูปแบบอื่น ช่วยลดความเสียหายและสูญเสียสินค้าระหว่างการขนถ่ายหรือเปลี่ยนยานพาหนะ แต่ต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนจะสูงกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น เนื่องจากมีสัดส่วนของต้นทุนผันแปรสูง แต่หากโครงการดำเนินการเสร็จสิ้น จะสามารถเพิ่มโอกาสการลงทุนด้านโลจิสติก และเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นตามมา (แหล่งข้อมูล เข็มชาติ สมใจวงษ , TPS)



2. โครงการ 4 จุดยุทธศาสตร์ ท่าเรือบก (Inland Container Depot)


ท่าเรือบก เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่สำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร ต้องการพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าของไทยและเพื่อนบ้าน ผ่านประตูการค้าหลักคือ ท่าเรือแหลมฉบัง 

ในปัจจุบันได้มีการเตรียมดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) โดย กกท. ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอนแก่น และนครราชสีมา ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมบทบาทให้พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ให้เป็นประตูการค้าของกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อยกระดับโลจิสติกของประเทศให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่ครบวงจรยิ่งขึ้น

ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต


เมื่อโครงการดำเนินการเสร็จสิ้นขอนแก่นจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางการขนส่งที่สามารถนำสินค้าเข้าและออกนอกประเทศได้ทั้งหมด 3 เส้นทาง

  • ขอนแก่น-พม่า (ทางบก : รถบรรทุก)

  • ขอนแก่น-เวียดนาม (ทางบก : รถบรรทุก)

  • ขอนแก่น-ท่าเรือแหลมฉบัง (ทางราง : รถไฟ)


เป็นโครงการที่จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนรูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 30 ปี โดยภาครัฐคือการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เป็นผู้จัดหาที่ดิน ส่วนเอกชนจะลงทุนพัฒนาโครงการ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคหรือกลุ่มประเทศ CLMV ( แหล่งข้อมูล salika)



3. โครงการพัฒนาสนามบินขอนแก่น


จากภาพรวมด้านเศรษฐกิจของ ขอนแก่น ที่มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องครอบคลุมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะคมนาคมของการขนส่งที่มีการขยายตัวจากการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วได้อย่างลงตัวนั้น 

สนามบินขอนแก่นเป็นหนึ่งในสนามบินที่มียอดผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยจากสถิติ 5 ปีย้อนหลังระหว่างปี 2555-2560 พบว่าสนามบินขอนแก่นมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20% ต่อปี และยอดผู้โดยสารที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 400,000 คนต่อปี ในปี 2552 เป็น 1,700,000 คนต่อปี ในปี 2560 

ทางด้านกรมท่าอากาศยาน จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น โดยจัดสรรงบประมาณ 2,500 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 61 สำหรับการพลิกโฉมสนามบินขอนแก่นในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย

  • เพิ่มความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 5 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่ 2.4 ล้านคนต่อปี

  • ขยายหลุมจอดเครื่องบินเพิ่มอีก 6 หลุมจอด ให้รองรับได้เครื่องบินได้สูงสุด 11 ลำ พร้อมกัน จากเดิมที่รองรับได้เพียง 5 ลำ

  • สร้างอาคารจอดรถ 7 ชั้น ให้รองรับรถยนต์ได้สูงสุด 1,160 คัน จากเดิมที่ 610 คัน


ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต


เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาเศรษฐกิจ และส่งเสริมการคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศไทย และสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น

เมื่อโครงการพัฒนาสนามบินดำเนินการเสร็จสิ้น ขอนแก่นจะสามารถรองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศสอดคล้องกับการพัฒนาเมือง MICE City ที่มีความพร้อม และเป็นศูนย์กลางแห่งการประชุมสัมมนาในภูมิภาค (แหล่งข้อมูล กรมท่าอากาศยาน)


เห็นได้ชัดว่าศักยภาพของ ขอนแก่น นั้นไปได้ไกลกว่าที่เราหลายคนคาดไว้ และจากการได้รับการส่งเสริมให้เป็น MICE CITY ครั้งนี้ จะทำให้มีผู้เดินทางมาสู่จังหวัดขอนแก่นมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และด้วยศักยภาพของจังหวัดขอนแก่นที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของภาคอีสานและประเทศ ขอนแก่นจึงเป็นจังหวัดที่มีความน่าสนใจในการสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างสูงมากขึ้นต่อไป

ติดตามข่าวสารอัปเดตอสังหาฯเพิ่มเติม ได้ที่
Website : https://baanbaan.co/
IG : baanbaan_th
Group BaanBaan : BaanBaan Insider